0

รู้จักหน้ากากป้องกันทางเดินหายใจสำหรับงานอุตสาหกรรม

January 26, 2019
 
      ปัจจุบันปัญหาเรื่องทางเดินหายใจกลายเป็นหนึ่งในปัญหาที่มีความเข้มข้นอย่างมาก โดยเฉพาะในเขตพื้นที่กรุงเทพและปริมณฑลที่สามารถมองเห็นฝุ่นควันได้ชัดเจน สำหรับบุคคลากรในภาคอุตสาหกรรมปัญหาที่เกิดขึ้นเหล่านี้กลายเป็นความเสี่ยงต่อสุขภาพที่เพิ่มสูงขึ้นมากกว่าภาคส่วนอื่นเนื่องจากต้องทำงานและใช้ชีวิตอยู่ในพื้นที่อุตสาหกรรมซึ่งมีแนวโน้มการเผชิญหน้ากับปัญหาทางเดินหายใจที่เข้มข้นยิ่งกว่าพื้นที่ใด ๆ ดังนั้นการทำความเข้าใจและเลือกใช้หน้ากากป้องกันทางเดินหายใจที่เหมาะสมจึงเป็นความรู้ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้สำหรับทุกคนในสายงานอุตสาหกรรม
 
รู้จักประเภทของหน้ากากป้องกันทางเดินหายใจ
 
หน้ากากสำหรับป้องกันทางเดินหายใจ (Respirator) นั้นสามารถจำแนกออกเป็น 2 ประเภทหลักตามรูปแบบการทำงาน ได้แก่
  1. กรองมลพิษในอากาศ
  2. ส่งต่ออากาศ
 
หน้ากากกรองมลพิษ
 
หน้ากากสำหรับการกรองมลพิษนั้นสามารถจำแนกย่อยเป็น 2 ชนิดหลัก ได้แก่ การกรองอนุภาคและการกรองก๊าซ โดยการใช้งานหน้ากากสำหรับการกรองมลพิษมีดังนี้
 
  1. สามารถระบุการปนเปื้อนและความเข้มข้นของการปนเปื้อนได้
  2. ความเข้มข้นของอากาศอย่างน้อย 19.5%
  3. พื้นที่ปฏิบัติงานนั้นมีการเฝ้าระวัง
  4. หน้ากากนั้นต้องมีการรับรองการป้องกันสำหรับรูปแบบการปนเปื้อนแต่ละชนิดโดยเฉพาะรวมถึงระดับปริมาณการปนเปื้อนที่รองรับ รวมถึงการทดสอบสวมใส่
  5. สามารถกำจัดได้
  6. มีขนาดทั้งสวมใส่ขนาดเล็ก ครึ่งหน้าและครอบคลุมทั้งใบหน้า
 
สำหรับหน้ากากขนาดเล็กวัสดุโดยมากตัวกรองมักจะเป็นผ้าบ้างที่สวมใส่พอดีกับจมูกด้านบนและปลายคางการหายใจจะลำบากกว่าหน้ากากขนาดใหญ่ สำหรับหน้ากากแบบครึ่งหน้าจะสวมใส่ได้พอดีตั้งแต่ใต้คางจนเหนือจมูกขึ้นมา มีกระบอกกรอง 1 หรือ 2 ชิ้นเพื่อกรองอากาศและต้องทิ้งเมื่อถึงขีดจำกัดการใช้งาน โดยมากมักใช้กับการป้องกันฝุ่น ไอระเหย ก๊าซที่เป็นกรด แมลงรบกวน หรือเป็นการผสมผสานของภัยเหล่านี้ สำหรับหน้ากากครอบคลุมเต็มใบหน้าจะมีกระบอกกรอง 2 ชิ้น มีชิ้นส่วนล็อคอย่างหนาแน่น
 
หน้ากากกรองอนุภาค เน้นการป้องกันกายภาพสำหรับฝุ่น ละอองหรือไฟเบอร์ การหายใจมีความรู้สึกลำบากและตัวกรองสกปรกได้ง่ายทำให้ต้องเปลี่ยนบ่อย
 
หน้ากากกรองสารระเหยและก๊าซ เป็นการป้องกันสารเคมีจากก๊าซและสารระเหยต่าง ๆ ซึ่งการกรองด้วยหน้ากากกรองอนุภาคไม่สามารถทำได้ ตัวกรองทำหน้าที่ดูดซึมสารระเหย ตัวกรองนั้นมีแถบรหัสสีซึ่งบ่งบอกชนิดของสารระเหยที่ป้องกันได้
 
ชนิดของตัวกรองสามารถแบ่งกลุ่มได้ 3 กลุ่มใหญ่ ซึ่งเกี่ยวข้องกับความสามารถในการป้องกันละอองน้ำมัน ได้แก่
 
  1. N ไม่มีความสามารถต้านทานน้ำมันได้
  2. R มีความสามารถในการต้านทานน้ำมัน เหมาะสำหรับการใช้งานกะเดียว
  3. P มีความสามารถในการป้องกันน้ำมัน สามารถใช้งานซ้ำได้
 
หน้ากากสำหรับส่งต่ออากาศ
 
หน้ากากสำหรับส่งต่ออากาศนั้นต้องสามารถส่งต่ออากาศบริสุทธิ์เกรด D ได้ มักใช้ในพื้นที่ซึ่งมีการปนเปื้อนที่หน้ากากสำหรับกรองมลพิษไม่สามารถใช้งานได้ สามารถแบ่งได้ 2 ชนิดหลัก ได้แก่ แบบติดตั้งถังอากาศพกพาและแบบต่อสายเพื่อส่งอกาศจากตำแหน่งภายนอก หน้ากากสำหรับส่งต่ออากาศมักใช้ภายใต้สถานการณ์ดังต่อไปนี้
 
  1. มีการปนเปื้อนสูงในื้นที่ปิด
  2. มีก๊าซพิษ
  3. ออกซิเจนในอากาศโดยรอบถูกแทนที่ด้วยก๊าซหรือสารเคมี หรือถูกใช้ไป เช่น เหตุการณ์ไฟไหม้
  4. อุณภูมิสูงหรือต่ำเกินไป
  5. ในสภาพแวดล้อมที่มีมลพิษสูง
 
หน้ากากสำหรับส่งต่ออากาศนี้มีข้ควรระวังในเรื่องของความคล่องตัวและสภาพของสายอากาศ โดยถังอากาศสำหรับพกพาควรจะมีอากาศเพียงพอสำหรับการปฏิงานอย่างน้อย 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง การใช้งานถังอากาศจำเป็นต้องคำนึงถึงแรงดันด้วยเช่นกัน
 
สิ่งสำคัญสำหรับการใช้งานหน้ากากทุกประเภท คือ การใส่หน้ากากได้อย่างมิดชิดพอดี เพื่อให้มั่นใจได้ว่าสิ่งปนเปื้อนจะไม่รั่วไหลเข้าสู่ระบบทางเดินหายใจผ่านทางช่องโหว่ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้การใช้งานหน้ากากบางประเภทอาจมีข้อจำกัดบางประการ เช่น กลุ่มหน้ากากขนาดเล็กไม่เหมาะกับผู้สวมใส่ที่มีหนวดเคราเนื่องจากอาจก่อให้เกิดช่องว่างทำให้สิ่งปนเปื้อนหลุดรอดได้
 
ที่มา : https://www.mmthailand.com/รู้จักหน้ากากป้องกัน/